| วัตถุประสงค์ |
| |
| |
| 1. เพื่อส่งเสริม เผยแพร่ อนุรักษ์
และพัฒนาดนตรีไทยอันเป็นมรดกของชาติไทยให้เป็นที่แพร่หลายโดยทั่วไป |
| 2. เพื่อให้เยาวชนและผู้ที่สนใจ ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และอบายมุขอื่นๆ |
| 3. เพื่อเป็นการพัฒนาเยาวชน หรือผู้ที่สนใจ
ให้มีความสามารถทางด้านดนตรีไทยในขั้นสูง และอบรมให้เป็นผุ้ที่มีความประพฤติดี
เป็นที่ยอมรับของสังคมทั่วไป |
| 4. เพื่อเป็นที่พบปะสังสรรค์ของเยาวชน
และผู้ที่มีความรักในดนตรีไทย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์
และความรู้ดนตรีไทยในรูปแบบต่างๆ อย่างสร้างสรรค์และสามัคคี |
| 5. ไม่ทำการค้าหากำไร เงินรายได้จากค่าสมาชิก
และค่าบำรุงจะเป็นค่าสมนาคุณแก่ครูผู้สอน และเป็นค่าใช้จ่าย
อื่นๆ เช่น ค่าพาหนะเดินทาง ค่าเสียเวลา ค่าอาหาร ค่าซ่อมแซม
และค่าบำรุงรักษาเครื่องดนตรีที่ใช้ในการสอน ค่าไฟฟ้า น้ำประปา
ค่าสถานที่ เป็นต้น |
| หลักการสำคัญในการรับสมาชิก |
| |
| ดนตรีไทยนั้นเป็นวิชาที่ประกอบไปด้วย
"ศาสตร์" และ "ศิลป์" ศาสตร์ หมายถึงความรู้ในด้านของทฤษฏี
ีและการปฏิบัติ ศิลป์ หรือ ศิลปะ คือความรู้ทางด้านจิตใจ
ดังนั้นผู้ที่จะประสบความสำเร็จในการเรียนดนตรีไทย จึงต้องเป็นผู้ที่มีครบถ้วนทั้งศาสตร์
และศิลป์ นั่นหมายถึงว่า การที่จะเรียนดนตรีไทยนั้น ต้องมีความรู้สึกชอบ
เสียก่อน จึงจะสามารถปฏิบัติได้อย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย
|
| ท่านครูหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)
ได้เคยกล่าวสอนแก่ผู้ที่จะเป็นครูดนตรีไทยว่า "ให้สอนกับผู้ที่ต้องการจะเรียนเท่านั้น"
ท่านครูเปรียบเทียบไว้ว่า ผู้ที่ไม่ต้องการเรียนก็เปรียบเสมือน
"ฟืนที่เปียก" จุดไฟเท่าไรก็ไม่ติด ดังนั้น ผู้ที่ต้องการสมัครเป็นสมาชิกของชมรมฯ
ต้องมาจากความต้องการของสมาชิกเองโดยสมัครใจ ไม่มีการบังคับใดๆทั้งสิ |
| เงื่อนไขในการสมัครสมาชิก |
| ็ |
| 1. ผู้สมัครต้องมีความตั้งใจที่จะเรียนดนตรีไทยด้วยความสมัครใจ
โดยไม่มีวัตถุประสงค์อื่นใด นอกเหนือไปจากความชอบและความสนใจในการเรียนดนตรีเป็นส่วนตัว |
| 2. ผู้สมัครจะต้องเข้าร่วมในพิธีไหว้ครูดนตรีไทย
ซึ่งทางชมรมฯจะแจ้งให้ท่านทราบ |
| 3. ผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่มีกิริยา
มารยาท เรียบร้อย มีศีลธรรม และความประพฤติดี และยอมรับฟังคำว่ากล่าว
ตักเตือนจากคณาจารย์ของชมรมฯ |
| 4. ผู้สมัครต้องปฏิบัติตามกฏเกณฑ์และระเบียบของชมรมฯ
โดยเคร่งครัด |
| 5. ผู้สมัครต้องไม่เป็นโรคติดต่อชนิดร้ายแรงหรือเป็นโรคที่สังคมรังเกียจ |
| ประเภทของสมาชิก |
| |
| สมาชิกประเภท ก. |
หมายถึงสมาชิกที่มีความประสงค์จะมาเรียนดนตรีในวันเสาร์
เวลา 10.00 น.-15.00 น. ตามตาราง ที่ชมรมฯได้จัดไว้ให้
....ชมรมฯย้ายเวลาเรียนจากวันเสาร์เป็นวันอาทิตย์
ตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค.54 ถึง 25 มี.ค. 55.... |
| ึผู้เรียนต้องนำเครื่องดนตรีมาเอง
ค่าสมาชิกปีละ 600 บาท และค่าบำรุงรายเดือน เดือนละ 750
บาท ค่าสมาชิกปีแรกต้องชำระในวันเริ่มสมัครเป็นสมาชิก ส่วนปีถัดไปให้ชำระภายในเดือนที่ครบกำหนดหนึ่งปี
แต่ไม่เกิน 60 วันนับจากวันครบกำหนด สำหรับค่าบำรุงรายเดือน
ให้ชำระทุกวันต้นเดือนที่มาเรียน หากเดือนใดไม่ประสงค์ที่จะมาเรียนต้องแจ้งให้ชมรมฯทราบและไม่ต้องเสียค่าบำรนใดๆในเดือนนั้น |
| สมาชิกประเภท ข. |
| หมายถึงสมาชิกที่มีความประสงค์จะมาเรียนดนตรีในวันจันทร์-ศุกร์
วันใดวันหนึ่ง โดยต้องตกลงเวลาเรียนกับครูผู้สอน
แล้วต้องแจ้งให้ทางชมรมฯทราบ และจะต้องมีจำนวนผูที่ต้องการเรียนตั้งแต่
3-6 คนต่อหนึ่งห้องเรียนขึ้นไป ถึงจะเปิดสอน |
| ผู้เรียนต้องนำเครื่องดนตรีมาเอง ค่าสมาชิกปีละ
600 บาท และค่าบำรุงรายเดือน เดือนละ 750 บาท ค่าสมาชิกปีแรกต้องชำระในวันเริ่มสมัครเป็นสมาชิก
ส่วนปีถัดไปให้ชำระภายในเดือนที่ครบกำหนดหนึ่งปี แต่ไม่เกิน
60 วันนับจากวันครบกำหนด สำหรับค่าบำรุงรายเดือน ให้ชำระทุกวันต้นเดือนที่มาเรียน
หากเดือนใดไม่ประสงค์ที่จะมาเรียนต้องแจ้งให้ชมรมฯทราบและไม่ต้องเสียค่าบำรนใดๆในเดือนนั้น |
| สมาชิกประเภท ค. |
| หมายถึงสมาชิกที่มีความประสงค์จะมาเรียนดนตรีในวันจันทร์-ศุกร์
วันใดวันหนึ่ง หรือทุกวันก็ได้ โดยต้องตกลงเวลาเรียนกับครูผู้สอน
แล้วต้องแจ้งให้ทางชมรมฯทราบ และท่านจะได้เรียนเป็นการส่วนตัวกับครูหรือเป็นกลุ่มย่อยไม่เกิน
2 ท่าน |
| ผู้เรียนต้องนำเครื่องดนตรีมาเอง ค่าสมาชิกปีละ
600 บาท และค่าบำรุงรายครั้ง โดยจะเสียค่าเรียนครั้งละ 500
บาท/หนึ่งท่าน หรือ 250 บาท/ ท่าน กับห้องเรียนกล่มย่อยที่มีจำนวนผู้เรียนไม่เกิน
2 ท่าน และจะใช้เวลาเรียนครั้งละประมาณ 1.15-2 ชม. ท่านสามารถเรียนได้มากกว่าอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง
แล้วแต่จะตกลงกับครูผู้สอน ค่าสมาชิกปีแรกต้องชำระในวันเริ่มสมัครเป็นสมาชิก
ส่วนปีถัดไปให้ชำระภายในเดือนที่ครบกำหนดหนึ่งปี แต่ไม่เกิน
60 วันนับจากวันครบกำหนด สำหรับค่าบำรุงต้องชำระก่อนเข้าเรียน
กับทางชมรมฯทุกครั้ง |
| ท่านสามารถเป็นสมาชิกได้มากกว่าหนึ่งประเภท
โดยที่ท่าน ไม่ต้องเสียค่าสมาชิกรายปีเพิ่มเติม แต่ต้องเสียค่าบำรุงรายเดือนของสมาชิกแต่ละประเภทนั้นๆ
เพิ่มตามเงื่อนไขที่กำหนด และถ้าท่านต้องการเรียนดนตรีมากกว่า
1 เครื่องมือ ต้องเสียค่าบำรุงเพิ่ม 750 บาท/หนึ่งเครื่องมือ
ยกเว้น สมาชิกประเภท ค.ที่ไม่ต้องเสียค่าบำรุงเพิ่ม |
| อัตราค่าสมาชิก
และเวลาเรียนของทุกประเภท |
| |
สมาชิกประเภท |
ค่าสมาชิก/ปี |
ค่าบำรุง |
วันที่เรียน |
เวลาเรียน |
ก. |
600 บาท |
750 บาท/เดือน |
เสาร์ |
10.00-12.00 น.
13.00-15.00 น.
|
ข. |
600 บาท
|
750 บาท/เดือน
3 ท่านขึ้นไป
|
จันทร์- ศุกร์ |
ตกลงกับครูผู้สอน |
ค. |
600 บาท
|
500 บาท/ครั้ง
เรียนเดี่ยว
250 บาท/ท่าน
เรียน 2 ท่าน
|
จันทร์- ศุกร์ |
ตกลงกับครูผู้สอน |
|
| การสิ้นสุดสภาพสมาชิก
|
| |
| 1. สมาชิกแจ้งความจำนงขอลาออกเอง |
| 2. สมาชิกไม่ชำระค่าสมาชิกรายปี เกินกว่า
60 วัน นับจากวันที่หมดอายุในบัตรสมาชิก |
| 3 .สมาชิกมีความประพฤติที่ไม่เหมาะสมและคณาจารย์เห็นสมควรให้ออกจากการเป็นสมาชิก |
| 4. สมาชิกได้เสียชีวิต ป่วยหนัก หรือ
ทุพลภาพ จนไม่สามารถเรียนดนตรีได้ |
| 5. ชมรมฯ ขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณา
รับ หรือ ไม่รับ ใบสมัครของผู้ที่เห็นว่ามีคุณสมบัติไม่
เหมาะสมหรือไม่สมควรเป็นสมาชิก ทั้งนี้แล้วแต่กรณี |
| |